ผมได้อ่านเจอบทความเกี่ยวกับ Wi-Fi 8 จากผู้ผลิตเครื่องมือทดสอบ Wi-Fi อย่าง LITEPOINT, Anritsu, R&S เห็นว่าน่าสนใจ เลยขอนำมาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ โดยพยายามไม่ลงลึกในเชิงเทคนิค เพราะเอาจริงๆ ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นข้อมูลที่นำมาเล่า อาจจะมีความผิดพลาด รบกวนช่วย comment แจ้งได้นะครับ ว่าผิดพลาดตรงไหน
เอามาเริ่มกัน
Wi-Fi 8 ชื่อตามมาตรฐานคือ IEEE 802.11bn
ชื่อเรียก physical layer (PHY) คือ UHR (Ultra High Reliability)
โดย Wi-Fi 8 เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้มีการเพิ่ม throughput จาก Wi-Fi generation ก่อนหน้า แต่จะเน้นการใช้งานที่เสถียรมากขึ้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการ draft standard version 2.0 ที่จะออกในเดือน พฤษภาคม 2569 นี้ และคาดว่าจะประกาศเป็นมาตรฐานให้ใช้งานกันในปี 2571
เป้าหมายในการออกแบบมาตรฐาน 802.11bn คือ การเพิ่มเสถียรภาพในการใช้งาน โดยสามารถแบ่งเป็น 2 หัวข้อหลักๆ ได้แก่
1). การเพิ่มความต้านทานต่อสภาพแวดล้อม (Robustness)
1.1). MCS index 17, 19, 20, 23
มีการเพิ่ม MCS index จากเดิม ที่มี 0-15 โดยเพิ่ม index 17, 19, 20 และ 23
แต่จุดประสงค์ไม่ใช่การเพิ่ม throughput เป็นการซอยขั้นของ code rate ให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสที่ device จะเกาะ speed ที่ดีที่สุด
1.2). Unequal Modulation (UEQM)
ก่อนหน้านี้เทคโนโลยี MIMO ที่มีหลายๆspatial stream จะต้องส่ง MCS เหมือนกันทุก spatial
stream ซึ่งในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนเยอะ หรือการใช้งานหนาแน่น แต่ละ stream อาจจะส่ง MCS ได้ไม่เท่ากัน ดังนั้น MCS ที่ต่ำที่สุด จะถูกใช้งานในการส่งทุก stream
ด้วย UEQM จะทำให้แต่ละ stream สามารถส่ง MCS ตามที่แต่ละ stream ส่งได้ ทำให้การใช้งาน spectrum ทำได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
1.3). Enhanced Long Range (ELR)
ปกติอุปกรณ์ IoT device จะมีกำลังส่งน้อยกว่า AP เพราะ device ต้องบริหารจัดการพลังงาน battery
ELR เป็นกลไกเข้ามาจะช่วยให้ AP ได้ยินสัญญาณจาก device และสามารถถอดรหัสข้อมูลได้ แม้ว่า device จะอยู่ไกลออกไป
หลักการคือ device จะส่งข้อมูลที่ data rate ต่ำๆ เช่น 1.67 Mbps หรือ 3.33 Mbps ด้วย 20 MHz แต่จะส่งออกมาหลายๆ RRU พร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการถอดรหัสข้อมูล
2). เพิ่มความน่าเชื่อถือของการส่งข้อมูลให้สำเร็จ (Reliability)
2.1). Distributed Resource Units (DRUs)
ในย่าน 6 GHz กำลังส่งของอุปกรณ์จะถูกกำหนดไม่ให้เกิน Power Spectral Density (PSD) มีหน่วยเป็น -1dBm/MHz (กำหนดโดย FCC US)
ใน Wi-Fi 7 device จะส่งข้อมูล RRU ติดกัน แต่ใน Wi-Fi 8 device จะทำการแบ่ง DRU ให้กระจายแทรกเข้าไปตลอด channel width 40 MHz หรือ 80 MHz
ทำให้สามารถเพิ่มกำลังส่ง โดยที่ยังผ่านข้อกำหนด PSD และทำให้ AP สามารถรับสัญญาณได้ดีขึ้น
2.2). Longer LDPC codeword (2x LDPC)
ในขบวนการส่งข้อมูล digital ถ้ามี bit error เกิดขึ้น จะมีกลไกในการตรวจสอบ bit ที่ผิดพลาด และทำการแก้ไข bit ให้กลับมาถูกต้อง (error correction)
LDPC codeword คือกลไกที่กล่าวมาข้างต้น และใน Wi-Fi 8 มีการเพิ่มความยาวของ LDPC cordword เป็น 2 เท่า (3888 bits) ทำให้การส่งข้อมูลมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีสัญญาณรบกวน
ข้อเสียของการมี LDPC ที่ยาว คือ latency จะเพิ่มขึ้นทั้งขาส่งและขารับข้อมูล
จริงๆ Wi-Fi 8 ยังเพิ่มเทคโนโลยีที่ช่วยในการ roaming, ลด latency, ลดพลังงานของอุปกรณ์, เพิ่มกลไก P2P อุปกรณ์ติดต่อกันเอง ขอยกไปเล่าในตอนต่อไปนะครับ